ยางพาราคืออะไร แหล่งกำเนิดจากที่ไหน

ยางพาราคืออะไร แหล่งกำเนิดจากที่ไหน

ยางพาราคืออะไร ทำไมจึงเป็นที่นิยมใช้กัน เมื่อสังเกตของใช้รอบตัวในชีวิตประจำวัน จะเห็นได้ว่าเต็มไปด้วยสิ่งที่มีวัตถุดิบในการผลิตเป็นยางพาราอยู่ ไม่ว่าจะเป็น ยางลบ รองเท้ายาง ยางรถยนต์ ถุงมือยาง หมอนยางพารา ที่นอนยางพารา ของเล่น หรืออื่น ๆ อีกมากมาย

ซึ่งสิ่งต่าง ๆ เหล่านี้ผลิตขึ้นจากยางที่มีคุณสมบัติพิเศษ คือสามารถยืดหยุ่นได้ดีกว่าสารชนิดอื่น ๆ มีเนื้อที่แน่นทึบ กันน้ำได้ดี จึงเป็นที่นิยมเป็นอย่างมากนั่นเอง โดยยางที่นำมาผลิตสิ่งของเหล่านี้ได้มาจากต้นไม้ใหญ่ ที่เรียกว่า ต้นยางพารา นั่นเอง

ทำความรู้จักต้นยางพารา

ยางพาราคืออะไร

ต้นยางพารา (Heveabrasiliensis) จัดเป็นจำพวกไม้ยืนต้นขนาดใหญ่ แต่เดิมมีถิ่นกำเนิดอยู่แถบทวีปอเมริกาใต้ ลุ่มแม่น้ำอเมซอน ประเทศบราซิล สามารถขยายพันธุ์ได้โดยการใช้เมล็ด และการติดตา หากปลูกจากเมล็ดจะมีลักษณะเป็นรูปกรวย และหากปลูกด้วยการติดตา จะมีลักษณะเป็นทรงกระบอก ความสูงของต้นจะอยู่ที่ประมาณ 30 – 40 เมตร เป็นพืชที่ให้ยางได้มากที่สุด ต้นอ่อนเจริญเร็วมากกว่าพืชชนิดอื่น ๆ

เมื่อประมาณ 100 ปีที่ผ่านมานี้ ต้นยางพาราได้ถูกนำมาปลูกในแถบทวีปเอเชีย และแอฟริกา ซึ่งผลปรากฎว่า สามารถเติบโต งอกงามได้ดีในแถบภาคใต้ และภาคตะวันออกของประเทศไทย โดยเมื่อชาวสวนทำการปลูกต้นยางพาราจนโตเต็มที่แล้ว จึงจะเก็บน้ำยางมาทำเป็นยางแผ่น เพื่อส่งต่อให้โรงงานผลิตสิ่งของต่าง ๆ ต่อไป

คุณสมบัติของยางพารา

คุณสมบัติของยางพารามีมากมาย และพิเศษกว่ายางชนิดอื่น ไม่ว่าจะเป็นในเรื่องของความยืดหยุ่น ยางพาราจะสามารถยืดหยุ่นได้ดีมาก ซึ่งหากดึงตัวยางจนสุด แม้จะใกล้ขาด แต่เมื่อปล่อยยางแล้วนั้น จะสามารถหดกลับมาได้เท่าเดิม คงรูปเหมือนก่อนดึงยาง หรือถึงแม้จะโดนอากาศเย็นแค่ไหนก็สามารถยืดและหดได้เหมือนเดิม โดยไม่เสื่อมคุณภาพลง

ในบางพื้นผิว ยางพาราจะสามารถยึดกับวัตถุนั้น ๆ ได้ เช่น กระดาษ เป็นต้น นอกจากนี้ยางพารายังมีความเหนียวในตัว จึงสามารถนำไปเป็นส่วนผสมของกาวและกันน้ำได้เป็นอย่างดี หรือหากไปทำปฏิกิริยา ก็สามารถนำไปทำเป็นพลาสติกที่ใช้กันในทุกวันนี้ได้อีกด้วย

ขั้นตอนการนำยางออกจากต้นยางพารา

วิธีการที่จะนำยางออกมาจากต้นได้ต้องใช้การกรีด ซึ่งจะนิยมกรีดที่แกนของต้น ให้มีความเฉียง เพื่อให้น้ำยางไหลเป็นทางลงมาถึงภาชนะที่ใส่ และนำน้ำยางที่ได้ทั้งหมดใส่ลงไปในถังรวม หากต้องการเก็บยางพาราให้ได้ระยะเวลานาน ๆ ควรนำไปรมควัน เพื่อไม่ให้ยางเน่าเสียก่อน โดยการรมควันยาง จะนำยางที่ได้จากภาชนะ มาทิ้งไว้ให้ตกตะกอน แล้วจึงเติมสารป้องกันการการออกซิไดซ์ (Oxidyne) และเพื่อให้ยางคงสีที่สวยไว้ หลังจากนั้นจะเติมกรด ฟอร์มิก 2% ลงไป เพื่อป้องกันการเกิดฟอง และต้องคอยสังเกตว่าหากมีฟองเกิดขึ้นควรปาดออกทันที เมื่อยางเริ่มจับตัวจะเหนียวขึ้น ควรนำไปรีดเป็นแผ่น นำไปล้าง และตาก ตามลำดับ ขั้นตอนสุดท้ายคือจะลดความชื้นของยาง ด้วยการรมควันอีกครั้งในอุณหภูมิ 55-60 °C เป็นเวลาประมาณ 4 วัน จึงจะเสร็จสมบูรณ์

ถึงแม้ในปัจจุบันจะมีวิวัฒนาการในการผลิตยางเทียมขึ้นมาใช้ทดแทนยางพาราธรรมชาติ เนื่องจากปริมาณความต้องการมีมากกว่าจำนวนต้นยางพารา แต่ก็ไม่สามารถทดแทนคุณสมบัติของยางพาราธรรมชาติได้ ทั้งยังมีราคาต้นทุนที่แพงกว่าอีกด้วย จะเห็นได้ว่าต้นยางพาราเป็นพืชที่สำคัญในแวดวงอุตสาหกรรมเป็นอย่างมาก นอกจากจะนำมาใช้ผลิตสิ่งของเครื่องใช้ได้อย่างหลากหลายแล้วนั้นต้นทุนยังไม่สูงอีกด้วย

ด้วยคุณสมบัติดังกล่าว ทำให้ที่นอนคุณภาพแบรนด์ชั้นนำ ได้เลือกใช้ยางพารามาเป็นส่วนประกอบสำคัญในการผลิตที่นอน ที่นอนยางพาราสามารถตอบโจทย์การนอนที่มีคุณภาพ ไม่ปวดหลัง ไม่ยุบตัวมากเกินไป และยังมีอายุการใช้งานที่นาน คุ้มค่าต่อการลงทุน

 

 

 

 

สินค้าแนะนำ :

ที่นอน Pocket Spring

ที่นอนยาง PE

ที่นอนยางพารา

ที่นอน Memory Foam

Add Friend LINE OA : Bedisupreme

ติดตามเราได้ที่ Facebook